- ขอบเขตการดำเนินงาน ปี 2561-
 
     
 

               ขอบเขตในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ครอบคลุมตามประเด็นต่อไปนี้

 
                 ขอบเขตด้านเนื้อหา
               ดำเนินการประเมินหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้กรอบและเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ดัชนี ได้แก่ ดัชนีความโปร่งใส (Transparency Index) ดัชนีความพร้อมรับผิด (Accountability Index) ดัชนีความปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน (Corruption – Free Index) ดัชนีวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร (Integrity Culture Index) และดัชนีคุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน (Work Integrity Index)

 
     
                 วิธีการประเมิน
              1. การวิจัยเอกสาร (Document Research) โดยจัดเก็บข้อมูลจากเอกสาร/หลักฐานต่างๆ ในการประเมินครั้งนี้จะประเมินจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based) ที่แสดงถึงวิธีปฏิบัติงาน กระบวนการหรือกิจกรรมที่หน่วยงานดำเนินการ ซึ่งสะท้อนคุณลักษณะที่ดีตาม หลักคุณธรรมและความโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในการตรวจและ ให้คะแนนทำการพิจารณาและตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด
              2. การวิจัยจากแบบสำรวจกลุ่มตัวอย่าง (Sample Survey Research) โดยแบบสำรวจหรือแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทที่ 1 จัดเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบสำรวจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal) และประเภทที่ 2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External) ซึ่งแบบสอบถามดังกล่าวจะที่สะท้อนความคิดเห็นหรือการรับรู้ของผู้ตอบแบบสำรวจต่อการปฏิบัติงานกระบวนการและพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน ซึ่งสะท้อนคุณลักษณะที่ดีตามหลักคุณธรรมและความโปร่งใส
              วิธีการประเมินผลจะทำการประเมินผลโดยโปรแกรมสำเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ที่มีกระบวนการคำนวณทางสถิติที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้ในทางคณิตศาสตร์และสังคมศาสตร์

 
     
                 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
               1. แบบสำรวจหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based) เป็นแบบประเมิน วิธีปฏิบัติงาน กระบวนการหรือกิจกรรมของหน่วยงาน ที่หน่วยงานจะต้องแนบเอกสาร/หลักฐาน การปฏิบัติงานของปีงบประมาณ เพื่อแสดงหลักฐานประกอบการตอบข้อคำถามในแต่ละข้อ
               2. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal) เป็นแบบประเมินข้อคิดเห็นหรือการรับรู้ของผู้ตอบแบบสำรวจ
               3. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External) เป็นแบบประเมินข้อคิดเห็นหรือการรับรู้ของผู้ตอบแบบสำรวจ
               ซึ่งแบบสำรวจตามข้อ 2. และ 3. ได้ผ่านการตรวจความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 
     
                 กลุ่มประชาการเป้าหมาย
                1. แบบสำรวจหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based) ประชากรเป้าหมายคือ หน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน โดยจัดเก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด
                2. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal) ประชากรเป้าหมาย คือ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เข้ารับการประเมินซึ่งปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และมีอายุการทำงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดยที่ปรึกษาจะประสานงานหน่วยงานที่เข้ารับการประเมินให้จัดส่งฐานข้อมูลรายชื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดหรือเท่าที่มีจำนวนมากที่สุด เพื่อวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มตัวอย่างและขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน โดยจะต้องครอบคลุมตามโครงสร้าง ระดับตำแหน่ง รวมถึงมีลักษณะของความเป็นตัวแทนที่ดีตามหลักวิชาการ
                3. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External) ประชากรเป้าหมาย คือ ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามภารกิจของหน่วยงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โดยที่ปรึกษาจะต้องศึกษาภารกิจของแต่ละหน่วยงานที่เข้ารับการประเมิน เพื่อกำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน และประสานงานหน่วยงานที่รับการประเมินให้จัดส่งฐานข้อมูลรายชื่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามที่กำหนด เพื่อวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มตัวอย่างและขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน โดยจะต้องครอบคลุมตามโครงสร้าง ระดับตำแหน่ง และพื้นที่/สาขา รวมถึงมีลักษณะของความเป็นตัวแทนที่ดีตามหลักวิชาการ

 
     
 

               การศึกษาวิเคราะห์ลักษณะประชากรและกลุ่มตัวอย่างของหน่วยงาน
               ก่อนเริ่มดำเนินการประเมิน ที่ปรึกษาการประเมินจะศึกษาเกี่ยวกับลักษณะประชากรของแต่ละหน่วยงานที่รับการประเมินเป็นรายหน่วยงาน โดยจะวิเคราะห์ถึงลักษณะความเป็นตัวแทนที่ดีตามหลักวิชาการ เพื่อกำหนดกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูลจากแบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (แบบสารวจ Internal) และแบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (แบบสารวจ External) โดยมีลักษณะประชากร กลุ่มตัวอย่าง และแนวทางการวิเคราะห์ จำแนกตามประเภทของแบบสำรวจ ดังนี้
               1. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (แบบสำรวจ Internal)
                   - ประชากรของการสำรวจ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ภายในของหน่วยงานที่รับการประเมิน ที่ปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และมีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี
                   - กลุ่มตัวอย่างของการสำรวจ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากรายชื่อเจ้าหน้าที่ภายในของหน่วยงานที่หน่วยงานที่รับการประเมินจัดส่งให้ที่ปรึกษาการประเมิน ซึ่งจะต้องมีจำนวนและสัดส่วนครอบคลุมตามภารกิจของหน่วยงาน และระดับตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ รวมถึงกรณีหน่วยงานมีโครงสร้างในระดับภูมิภาค/พื้นที่ จะต้องครอบคลุมเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เกณฑ์การกำหนดจำนวนรายชื่อที่หน่วยงานที่รับการประเมินจะต้องจัดส่ง มีหลักเกณฑ์ดังนี้

กลุ่มประเภทหน่วยงาน
จำแนกตามจำนวนเจ้าหน้าที่
ภายในหน่วยงาน

จำนวนเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน
(โดยประมาณ)

จำนวนรายชื่อที่ต้องจัดส่ง
(รายชื่อ)

กลุ่มที่ 1

น้อยกว่า 1,000 คน

300
(กรณีมีเจ้าหน้าที่น้อยกว่า 300 คน
ให้จัดส่งทั้งหมด)

กลุ่มที่ 2

1,000 – 5,000 คน

500

กลุ่มที่ 3

5,001 – 10,000 คน

1,000

กลุ่มที่ 4

มากกว่า 10,000 คน

ร้อยละ 10 ของจำนวนเจ้าหน้าท
ี่ภายในหน่วยงานทั้งหมด

 

 
                 คณะผู้วิจัยได้กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากสูตรของทาโร ยามาเน ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และความคลาดเคลื่อน 10% (Yamane, 1973 อ้างใน จักรกฤษณ์ สำราญใจ, 2544) ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกจะต้องมีขนาดอย่างน้อย 100 ตัวอย่าง หรือกรณีหน่วยงานมีประชากรจำนวนน้อยจะเก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด โดยจะต้องมีลักษณะความเป็นตัวแทนที่ดีของหน่วยงานตามหลักวิชาการ เมื่อได้จำนวนขนาดตัวอย่างที่ต้องการแล้ว จะทำการสุ่มตัวอย่างแบบสัดส่วนของตำแหน่งและพื้นที่ของหน่วยงาน เพื่อให้จำนวนกลุ่มตัวอย่างได้ครอบคลุมตามภารกิจของหน่วยงาน
 
     
 

               2. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (แบบสารวจ External) 
                   - ประชากรของการสำรวจ ได้แก่ ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงานที่รับการประเมิน ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
                   - กลุ่มตัวอย่างของการสำรวจ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากรายชื่อผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกที่หน่วยงานที่รับการประเมินจัดส่งให้ที่ปรึกษาการประเมิน ซึ่งจะต้องมีจำนวนและสัดส่วนครอบคลุมตามภารกิจหลัก ภารกิจสนับสนุน และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงาน รวมถึงกรณีหน่วยงานมีโครงสร้างในระดับภูมิภาค/พื้นที่ จะต้องครอบคลุมผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกกลุ่มดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ เกณฑ์การกำหนดจำนวนรายชื่อที่หน่วยงานที่รับการประเมินจะต้องจัดส่ง มีหลักเกณฑ์ ดังนี้

ประเภทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
จำแนกตามกลุ่มภารกิจของหน่วยงาน

จำนวน/สัดส่วน

1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกตามภารกิจหลัก

ไม่น้อยกว่า 200 รายชื่อ หรือทั้งหมดเท่าที่มี

2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกตามภารกิจสนับสนุน

ไม่น้อยกว่า 100 รายชื่อ หรือทั้งหมดเท่าที่มี

3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกในกระบวนการ
จัดซื้อจัดจ้าง

ไม่น้อยกว่า 200 รายชื่อ หรือทั้งหมดเท่าที่มี

รวม

อย่างน้อย 500 รายชื่อ

หมายเหตุ:
                    1. กรณีหน่วยงานมีรายชื่อในแต่ละกลุ่มภารกิจไม่ถึงจำนวนที่กำหนด ให้พิจารณาเพิ่มเติมรายชื่อในกลุ่มภารกิจอื่นๆ โดยให้มีจำนวนรวม 500 รายชื่อ ทั้งนี้ หากที่ปรึกษา
การประเมินเก็บข้อมูลจากรายชื่อที่หน่วยงานจัดส่งไม่เพียงพอ อาจมีการประสานงานเพื่อขอรายชื่อเพิ่มเติมในภายหลัง
                   2. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกตามภารกิจหลัก หมายถึง ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงาน ที่มาติดต่อหน่วยงานในภารกิจตามกฎหมายจัดตั้งของหน่วยงาน และหน่วยงานให้ความสำคัญมากที่สุด (สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ภารกิจ)
                   3. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกตามภารกิจสนับสนุน หมายถึง ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงาน ที่มาติดต่อหน่วยงานในกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับ
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงิน การคลังและงบประมาณ (ยกเว้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง) การวิจัย นโยบายและยุทธศาสตร์ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานเลขานุการสำนักงาน หรือการประชาสัมพันธ์ (สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ภารกิจ)
                   4. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หมายถึง ผู้รับบริการหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกของหน่วยงาน ที่มาติดต่อหน่วยงานในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น ผู้ซื้อซอง ผู้ยื่นซอง ผู้ได้รับการคัดเลือก คู่ค้า คู่สัญญา ผู้ได้รับสัมปทาน เป็นต้น
                   ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกจะต้องมีขนาดอย่างน้อย 100 ตัวอย่าง หรือกรณีหน่วยงานมีประชากรจำนวนน้อย จะเก็บข้อมูลจากประชากรทั้งหมด โดยจะต้องมีลักษณะความเป็นตัวแทนที่ดีของหน่วยงานตามหลักวิชาการ รวมทั้งมีจำนวนและสัดส่วนครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละภารกิจและพื้นที่การปฏิบัติงานของหน่วยงาน (โดยประมาณ)

 
 

                   

 
     
                 วิธีการเก็บข้อมูลในการประเมิน
                    1. แบบสำรวจหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based) เก็บข้อมูลโดยให้หน่วยงานที่เข้ารับการประเมินตอบคำถามพร้อมแนบเอกสาร/หลักฐานประกอบการตอบและจัดส่งให้แก่ที่ปรึกษาการประเมิน
                   2. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal) เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า ทางไปรษณีย์ ทางโทรศัพท์ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ทางแบบสอบถามออนไลน์ หรือวิธีการซึ่งที่ปรึกษาเห็นว่ามีความเหมาะสมในการวิจัย
                   3. แบบสำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External) เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า ทางไปรษณีย์ ทางโทรศัพท์ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ทางแบบสอบถามออนไลน์ หรือวิธีการซึ่งที่ปรึกษาเห็นว่ามีความเหมาะสมในการวิจัย